asyalı pornosu
23 พฤษภาคม 2556
  หน้าหลัก
  ความเป็นมา
  นโยบายการพัฒนากฎหมาย
  วิวัฒนาการของกฎหมายไทย
  แนวทางการพัฒนากฎหมาย
  คำสั่งเกี่ยวกับคณะกรรมการ
    และคณะอนุกรรมการ
  นานาสาระ
  สมุดโทรศัพท์คณะกรรมการ ฯ
  ลิงค์หน่วยงาน/องค์การด้านกฎหมาย
ความเป็นมาของนโยบายการพัฒนากฎหมายของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๑๗๔/ ๒๕๔๗ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ . ศ. ๒๕๔๗ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการ
นโยบายแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนากฎหมาย เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วจนกฎหมายที่มีอยู่ตามไม่ทัน
เหตุการณ์ ทั้งในส่วนเนื้อหาและกระบวนทัศน์ ทำให้การใช้บังคับกฎหมายเกิดความ ไม่เป็นธรรมขึ้นประกอบกับปี พ.ศ.๒๕๔๗
นี้เป็นปีที่ครบรอบ ๒๐๐ ปี ของการประกาศใช้กฎหมายตรา ๓ ดวง  จึงเห็นควรนำกฎหมายที่ไม่มีสภาพใช้บังคับหรือกฎหมาย
ที่ล้าสมัยมาสังคายนาทั้งระบบ โดยการแบ่งงานกันทำในลักษณะทีมงาน
และในแต่ละทีมจะประกอบด้วยบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญหลายสาขา
เพื่อทำการศึกษาปัญหาร่วมกันก่อนที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย
ทำการยกร่างกฎหมายเพื่อให้กฎหมายมีความสมบูรณ์เป็นกฎหมายที่ดี
มีความเป็นธรรมทั้งในการให้โอกาสและการใช้บังคับ ซึ่งหากมีกฎหมาย
ที่ดีี ใช้บังคับแล้วก็จะเป็นเครื่องมือที่ดี ในการป้องกัน การทุจริตคอรัปชั่น
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการสังคายนาระบบกฎหมาย ดังกล่าว จะต้องเร่งดำเนินการ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้สามารถแยกดำเนินการ
เป็นเรื่อง ๆ ได้ นอกจากนี้ คณะกรรมการหรือคณะทำงานอาจจะ
มอบหมายให้บุคคลหรือสถาบันการศึกษาทำการศึกษาวิจัยกฎหมาย
ในเรื่องนั้น ๆ ได้ ทั้งนี้ จะเป็นการสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
ในการป้องกัน และปราบปรามคอรัปชั่น ซึ่งรัฐบาลจะประกาศนโยบาย
ดังกล่าว ในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๔๗



ปัจจุบันมีหน่วยงานที่ดำเนินการด้านวิจัย ปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย รวม ๙ หน่วยงาน คือ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
โดยมีคณะกรรมการกฤษฎีกาอีก ๑๒ คณะ คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย การวิจัยส่วนบุคคล
สำนักงานอัยการสูงสุด คณะนิติศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ กระทรวงยุติธรรม สภาวิจัยแห่งชาติสาขานิติศาสตร์
และกระทรวงต่าง ๆที่มีคณะกรรมการปรับปรุงกฎหมายของตนซึ่งแต่ละหน่วยงานได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการปรับปรุงกฎหมาย
แต่ยังไม่เป็นระบบ รัฐบาลจึงได้แต่งตั้ง “ คณะกรรมการนโยบายแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนากฎหมาย” ขึ้น โดยมีนายกรัฐมนตรี
เป็นประธาน รองนายกรัฐมนตรี ๓ ท่าน เป็นรองประธาน สำหรับกรรมการอื่น มีโครงสร้างมาจาก ๓ แนวทาง คือ กรรมการ
โดยตำแหน่งจากภาครัฐ กรรมการโดยตำแหน่งจากคณบดีคณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยของรัฐทุกแห่งและจากมหาวิทยาลัย
เอกชน ๒ แห่ง และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๘ คน สำหรับภารกิจของคณะกรรมการนโยบายแห่งชาติว่าด้วย
การพัฒนากฎหมาย มีดังต่อไปนี้
          ๑. ภารกิจเฉพาะหน้า
               - ปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
               - ปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ สังคม เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น ๘ ด้าน และแต่ละด้านจะมีคณะอนุกรรมการรับไปพิจารณา โดยแยกเป็นคณะอนุกรรมการ ๘ คณะ ดังนี้
                 ( ๑) คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารสิทธิให้มีความเป็นเอกภาพ
                 ( ๒) คณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมาย ตามยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาความยากจน
                 ( ๓) คณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันเพื่อการพัฒนาประเทศ
                 ( ๔) คณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงระบวนการยุติธรรมของรัฐและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย
                 ( ๕) คณะอนุกรรมการลดและเลิกกฎหมายที่สร้างภาระโดยไม่จำเป็นแก่ประชาชน
                 ( ๖) คณะอนุกรรมการปรับปรุงกระบวนการพิจารณาออกกฎหมายและพัฒนาบุคลากรทางกฎหมาย
                 ( ๗) คณะอนุกรรมการจัดทำประมวล กฎหมายเพื่อความสะดวกของประชาชนในการค้นคว้า
                 ( ๘) คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นและการประชาสัมพันธ์
           ๒. ภารกิจระยะยาว
                ๒.๑ แยกประมวลกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายพาณิชย์ออกจากกันเป็น คนละฉบับ
                ๒.๒ ปรับปรุงประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา 
และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้ทันสมัยและแล้วเสร็จโดยเร็ว
                 ๒.๓ เสนอแนะการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาวิชานิติศาสตร์และอาจมีการตั้งสภานิติศึกษา
                 ๒.๔ จัดตั้งสถาบันพัฒนากฎหมายโดยเฉพาะ


:: download program ::

www.legalreform.go.th
เสนอแนะ-ติชม : ตู้ ป.ณ. 2 ปณ. ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ 10302

E-mail : legal@soc.go.th